เอกอัครราชทูตประเทศเกาหลีใต้ ขอไทยปลดรายนามออกมาจากประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย ด้วยเหตุว่าสองประเทศควบคุมวัววิด-19 ได้ ย้ำควรจะมีการเดินทางติดต่อเพื่อเศรษฐกิจฟื้น

วันนี้ (14เดือนพฤษภาคม63) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้มีการปรึกษาหารือและขอคำแนะนำ กับนายนายลี อุก-ฮ็อน (Mr. Lee Wook-heon) เอกอัครราชทูตประเทศเกาหลีใต้ประจำเมืองไทย พร้อมกล่าวมาว่า ทางประเทศเกาหลีใต้ได้ปรึกษาถึงกรรมวิธีผ่อนผันให้นักธุรกิจ แล้วก็ภาคเอกชนของประเทศเกาหลีใต้ เดินทางมาพูดจาธุรกิจในไทยได้ซึ่งจพควรมีการปรึกษาหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ ถึงความเป็นไปได้ สำหรับการเดินทางเข้ามา ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข และก็ศูนย์บริหารเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.) จะเป็นคนพิจารณา

ด้านนายกอบศักดา ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯข้างการบ้านการเมือง กล่าวมาว่า ประเทศเกาหลีใต้ได้ขอให้ไทยลดหย่อนการเดินทางให้กับนักธุรกิจและก็ภาคเอกชน เข้าประเทศ ราวที่ประเทศเกาหลีใต้ ผ่อนผันให้ จีน ฮังการี แล้วก็ เวียดนาม โดยมีการตรวจสุขภาพ กักบริเวณตรวจสอบอาการถึง 2 ครั้ง ก่อนจะให้เดินทางประเทศ ซึ่งการกักอาจไม่ถึง 14 วัน ทั้งยังเหตุการณ์วัววิด ในไทย และก็ประเทศเกาหลีใต้ เริ่มที่บรรเทาบ้าง เพราะว่าแต่ละประเทศเจอปัญหาวัววิด-19 แต่ว่าปัญหาใหญ่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ ที่จะจำต้องเคลื่อนเพื่อมีการเดินทาง ค้าขาย แล้วก็ลงทุน

นอกเหนือจากนั้นยังขอให้ไทยปลดรายนามประเทศเกาหลีใต้ออกมาจากประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย ในเวลาเดียวกันนี้ ยังประเทศอื่นที่พึงพอใจและก็ติดต่อขอให้ไทยผ่อนผันการเดินทางเข้าประเทศ อย่างเช่น ประเทศฮ่องกง ที่มีความน่าจะเป็นไปได้ด้วยเหตุว่าคุมสถานการณ์วัววิดได้บ่างแล้ว เหมือนกับประเทศ ที่บริหารจัดแจงวัววิด-19 เจริญ กระทั่งมีหลายประเทศติดต่อเข้ามา ส่วนธุรกิจภาคท่องเที่ยวยังไม่สามารถเปิดได้ ซึ่งหัวข้อนี้จำเป็นต้องใช้เวลารวมทั้งปรึกษากับกระทรวงการต่างประเทศ