เมื่อเวลา 10.45น. วันที่ 26 เม.ย. ร.ต.ท.วราพงษ์ หะยีหวัง ร้อยเวร สภ.อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สมชาย สวัสดิศักดิ์ ผกก.สภ.อ.บาเจาะ พ.ต.ท.สุกิจ ขำมาก สว.นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และ น.ท.มารุต สัสดีพันธ์ ผบ.ฉก.32 นำกำลังตำรวจ ทหาร หน่วยเก็บกู้ระเบิดชุด “เหยี่ยวดง” และเจ้าหน้าที่กองวิทยาการ บก.ภ.จ. นราธิวาส ไปตรวจสอบเหตุระเบิดที่สะพานข้ามคูระบายน้ำ ริมถนนเพชรเกษมสายนราธิวาส-ปัตตานี บ้านกะลูแป หมู่ 4 ต.บาเระเหนือ และมีทหารได้รับบาดเจ็บหลายนาย

พบสะพานไม้ข้ามคูน้ำถูกแรงอัดระเบิดได้รับความเสียหาย มีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่อง เหล็กเส้นตัดสั้น ดินไดนาไมต์ ปุ๋ยยูเรีย เชื้อปะทุ เศษชิ้นส่วนกล่องเหล็กและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณในรัศมีประมาณ 10 เมตร ส่วนทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย สังกัด ร้อย ร.3011 ฉก.32 นำส่ง รพ.บาเจาะ ไปแล้วคือ 1. พ.จ.อ.สายฝน สิงห์คะ หัวหน้าชุด 2. พ.จ.อ.สมศักดิ์ โชติเสน พลขับรถฮัมวี่ 3. จ.อ.พิเชษฐ์ สุขงูเหลือม และ 4. จ.อ.สมชาย แป้นทอง ทั้งหมดมีอาการแน่นหน้าอก มึนงง และหูอื้อ

สอบสวนทราบว่า พ.จ.อ.สายฝน สิงห์คะ นำกำลังนั่งรถฮัมวีไปดูแลความปลอดภัยการแข่งขันว่าวประเพณีที่สนามฟุตบอล บ้านกะลูแป จากนั้นได้จอดรถฮัมวี่ไว้ ริมถนนห่างจากสะพานที่จุดเกิดเหตุราว 5 เมตร แล้วพากันเดินข้ามสะพานไปสนามฟุตบอล ถึงสะพานเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตรวจสอบพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายซุกไว้ใต้สะพาน รอจังหวะที่กำลังทหารเดินผ่านได้จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ โชคดีที่สะเก็ดระเบิดกระจายอยู่ใต้สะพานทำให้ทหารทั้งหมดเพียงแต่แน่นหน้าอกและหูอื้อเท่านั้น

ต่อมาเวลา 14.20 น. วันเดียวกันเกิดเหตุคนร้ายซุ่มยิงและวางระเบิดรถยนต์ทหารบนถนนสายฮูลูปาเร๊ะ-หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 5 บริเวณบ้านกายูมาตี ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ทหารบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.มาโนช อนันต์ฤทธิ์กุล ผกก. สภ.อ.ระแงะ พ.ต.ท.สมพงษ์ ตั้งตัว รอง ผกก. (สส.) นำกำลังตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่วิทยาการ จ.นราธิวาส และหน่วยเก็บกู้ ระเบิดชุด “เหยี่ยวดง” นปพ.ภ.จ.นราธิวาส ไปตรวจสอบพบต้นไม้ริมถนนถูกแรงระเบิดขาด 2 ท่อนเหลือแต่ตอ โดยมีเศษชิ้นส่วนระเบิดและเศษแผงวงจรโทรศัพท์มือถือกระจายเกลื่อน

ห่างกันราว 400 เมตร มีรถยนต์กระบะโตโยต้า ทะเบียน บจ 9807 สงขลา จอดอยู่ริมถนนในสภาพยางล้อหน้าและล้อหลังด้านซ้ายแตก ประตูข้างซ้ายพรุน หม้อน้ำแตก กระจกข้างซ้ายและด้านหน้า แตกละเอียด ได้รับความเสียหายทั้งคัน ส่วนทหารที่บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ระแงะ ไปแล้ว ทราบชื่อ พลทหารวิบูลย์ เปลี่ยนขุนทด อายุ 23 ปี สังกัด ร้อย ร.15123 ฉก.38 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ใบหน้า หัวเข่าซ้าย และมือซ้าย อาการสาหัส ส่งรักษาต่อที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ สอบสวนทราบว่าขณะทั้งหมดนั่งรถกลับฐานถูกคนร้ายกดชนวนระเบิดทำให้รถกระเด็นลอยขึ้นแล้วตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง และพลทหารวิบูลย์ ถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ จังหวะนั้นกลุ่มคนร้ายยังสาดกระสุนปืนสงครามยิงไล่หลังอีกหลายนัด ทำให้พลทหารวิบูลย์ที่ยังมีสติรีบเร่งเครื่องหนีไปได้ประมาณ 400 เมตร

ที่ จ.ยะลา มีกลุ่มสตรีและเด็กราว 100 คน รวมตัวปิดถนนสายยะลา-เบตงที่บ้านตาเนาะปูเต๊ะ หมู่ 4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เรียกร้องให้ทางการยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิวหรือการห้ามออกนอกบ้านในยามวิกาลตั้งแต่เวลา 21.00-04.30 น. โดยอ้างว่าการประกาศเคอร์ฟิวทำให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ต่อมานายพนิต ยอดพานิชย์ ปลัดอาวุโสอำเภอบันนังสตา พ.ต.ท.เดชาวุธ เจ๊ะเต๊ะ รอง ผกก. (ป.) สภ.อ.บันนังสตา ไปเจรจา แต่ไม่มีใครยอมเจรจาแถมยังมีผู้ชายแฝงตัวในกลุ่มม็อบใช้ผ้าคลุมหน้าคล้ายผู้หญิงคอยใช้กล้องมือถือถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ไว้ตลอดเวลา กระทั่งเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้สลายตัวไปเอง เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นกลุ่มม็อบที่มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อสร้างสถานการณ์

ส่วน จ.ปัตตานี พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ ผกก.สภ.อ. ปะนาเระ จ.ปัตตานี นำกำลังไปตรวจสอบเหตุระเบิดบริเวณโรงเรียนบ้านน้ำบ่อ หมู่ 2 ต.น้ำบ่อ พบหลุมระเบิดกว้าง 30 ซม. อยู่บริเวณโต๊ะหินอ่อน หน้าบ้านพักนักการภารโรง และมีชิ้นส่วนระเบิดกระจายทั่ว ทราบมีทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย นำส่ง รพ.ปะนาเระ ไปแล้ว ทราบชื่อ ส.อ.อดิเรก เทพประสิทธิ์ อายุ 46 ปี สังกัด ฉก.22 ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวบาดเจ็บเล็กน้อย สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารนั่งพักบริเวณดังกล่าวหลังออกลาดตระเวน ปรากฏว่าคนร้ายได้กดระเบิดน้ำหนักประมาณ 3 กก. ที่ซุกไว้ใต้โต๊ะหินอ่อน

อีกราย ขณะที่นายอนุชา สาแม อายุ 42 ปี ลูกจ้างโครงการเสริมสร้างสันติสุขในชุมชุน อยู่บ้านเลขที่ 2/19 หมู่ 3 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา เดินอยู่บนถนนในหมู่ 3 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อกลับบ้านพัก ถูกคนร้าย 2 คน ซ้อน จยย.ตามประกบยิงสาหัสแล้วหลบหนีไป

สำหรับอาการบาดเจ็บของ พ.ต.ท.วรรณะ บุญชัย รอง ผกก.ตชด.44 ค่ายพญาลิไท อ.เมือง จ.ยะลา ที่ถูกโจรลอบยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา และรักษาตัวที่ รพ.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ (มอ.หาดใหญ่) นั้น อาการดีขึ้นและแพทย์ อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน จ.ตรัง ซึ่ง พ.ต.ท.วรรณะ ยังคงนอนนิ่ง โดยมีนางนิภารัตน์ บุญชัย ภรรยา พร้อมลูกและญาติ รวมทั้ง ตชด.จำนวนหนึ่ง เดินทางมารับเป็นขบวนไปจนถึง จ.ตรัง

ก่อนออกเดินทาง นางนิภารัตน์ ภรรยา พ.ต.ท. วรรณะเปิดเผยว่า สามีปฏิบัติหน้าที่อยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถูกลอบยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส รักษานานประมาณ 3 เดือน จนถึงขณะนี้ได้รับเงินช่วยเหลือเพียง 12,500 บาท เท่านั้น โดยทางจังหวัดยะลาเป็นผู้มามอบให้ นอกจากนั้น ค่าใช้จ่ายทุกอย่างต้องใช้เงินส่วนตัวทั้ง หมดประมาณ 50,000 บาท กรณีแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ต้องหาเงินจ่ายค่าเตียงผู้ป่วย 40,000 บาท ที่นอนลมกันแผลกดทับ 9,000 บาท เครื่องดูดเสมหะรวมสายอุปกรณ์ 7,500 บาท ค่าขนส่งประมาณ 3,000-4,000 บาท ซึ่งทางต้นสังกัดได้ส่งเจ้าหน้าที่ ตชด.ภาค 4 มาแจ้งว่าจะช่วยเหลือเงินส่วนนี้ แต่ก็ไม่ทราบว่าได้เมื่อไหร่ อย่างไรตนก็ต้องหามาจ่ายให้กับทางโรงพยาบาลก่อน และก่อนออกจากโรงพยาบาลก็ได้จ่ายค่านม ค่าผู้ดูแลกายภาพบำบัดไปแล้ว 29,550 บาท

ด้าน นพ.สุเมธ พีรวุฒิ ผอ.รพ.มอ.หาดใหญ่ เปิด เผยว่า พ.ต.ท.วรรณะอาการดีขึ้นมาก เพียงแต่ต้องทำกายภาพบำบัด คงต้องใช้เวลาอีกประมาณ 365 วัน จะดีขึ้นตามลำดับ สำหรับค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดทางโรงพยาบาลกำลังรอหนังสือรับรองการบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทางจังหวัดยะลาจะเป็นผู้ออกหนังสือและรับ ผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนอาการของ พ.ต.อ.นพดล เผือกโสมณ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส นั้น คนไข้ฟื้นตัวเร็ว มาก มีกำลังใจดี สามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้เกือบปกติ แต่ทีมแพทย์ก็ยังคงให้การดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับการรักษาขั้นต่อไปจะมีการผ่าตัดครั้งที่ 6 ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น 2 คนมาวางแผนการรักษาให้ด้วย

ที่บ้านพิษณุโลก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญคอลัมนิสต์จากสำนักพิมพ์ต่างๆ มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ในช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาภาคใต้ว่า การแก้ปัญหาต้องใช้ระยะเวลาการปรับกระบวนการ กว่าจะปรับกระบวนขององค์กรต่างๆ ต้องใช้เวลาถึง 3 เดือน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เล่าด้วยว่า ภรรยาของนายสะแปอิง บาซอ ผู้ต้องหาการก่อความไม่สงบในภาคใต้ ได้เขียนจดหมายมาถึงเพื่อขอให้ ชี้แจงเรื่องสามี โดยระบุว่าสามีไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายตามที่กล่าวหา แต่ที่มีปัญหาออกมานั้นเป็นเพราะความขัดแย้งในโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา จึงอยากชี้แจง และขอให้นายกฯเชื่อว่าสามีเป็นผู้บริสุทธิ์

ขณะที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธาน คมช. เป็นประธานให้โอวาทเยาวชนหญิงจำนวน 90 คน จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เข้าร่วมโครงการอบรมเยาวชนเพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดย พล.อ.สนธิกล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยพุทธกับคนไทยมุสลิมเริ่มมีความรู้สึกค่อยๆห่างและแยกกัน เมื่อนึกภาพเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เห็นว่าไม่มีการแยกกันระหว่างไทยพุทธกับไทยมุสลิม เรารักกันมาก ทำให้ความรู้สึกดีมาก แต่ปัจจุบันความรู้สึกที่เคยเป็นเพื่อนรักกัน เริ่มมีอะไรเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่น่ากังวล อยากให้เยาวชนเห็นสังคมการอยู่ร่วมกัน เราคงไม่อยากเห็นสังคมที่เกิดการแบ่งแยก

“หากประเทศเราเกิดการแบ่งแยกทางชาติพันธุ์ ศาสนา และความคิด เชื่อว่าบ้านเมืองเราคงจะลำบาก สิ่งที่ต้องรีบแก้ไขเวลานี้คือความคิดที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อ ชาติพันธุ์ ศาสนาเป็นส่วนประกอบ ทำให้กลายเป็นอุปสรรคของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรา ผู้ที่เป็นมุสลิมคงได้อ่านคัมภีร์อัลกุรอานที่มีความว่า มนุษย์ทุกคนที่เกิดขึ้นมา พระพุทธเจ้าเป็นผู้ประทานให้ เกิด ไม่ใช่เฉพาะชาวมุสลิม แต่เป็นทุกชนชาติและศาสนาซึ่งเป็นบัญชาของพระพุทธเจ้าให้มาเกิดที่ประเทศไทยขวานทองเล่มนี้ เชื่อว่าพระองค์ไม่ต้องการให้เรามาทะเลาะกัน ท่านต้องการให้เราอยู่ร่วมกัน รักกันและสมานฉันท์กัน อยากเห็นพี่น้อง 3 จังหวัดมีความรัก ความสามัคคี ซึ่งในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ชาวพุทธมีจำนวนน้อย เราต้องมีความเอื้ออาทรต่อกัน ชาวมุสลิมต้องคอยเฝ้าระวังให้ชาวพุทธด้วยในฐานะที่เราเป็นคนหมู่มาก” พล.อ.สนธิกล่าว

ประธาน คมช.กล่าวอีกว่า จากการประเมินการศึกษาของคนพื้นที่ 3 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ พบว่าการศึกษาเกือบต่ำที่สุดในประเทศ อย่าคิดว่าเราถือโทรศัพท์ แล้วเรามีความทันสมัย เพราะความทันสมัยไม่ใช่แค่มีมือถือหรือมีมอเตอร์ไซค์ ขอให้ลูกหลานพัฒนาตัวเองนำไปสู่เทคโนโลยีในอนาคต ให้ทุกคนใฝ่การเรียนหนังสือ มุสลิมต้องเรียนทั้งศาสนาและเรียนทั้งสามัญทุกคนต้องขยันเป็นสองเท่า ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยให้เสรีกับการปฏิบัติ แม้กระทั่งศาสนาเองก็ไม่มีการจำกัด ทุกคนมีสิทธิเสรีเท่าเทียมกัน โดยมีพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวเป็นผู้อุปถัมภ์ทุกศาสนา

ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีวันที่ 28 เม.ย. จะครบรอบเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี มีประกาศเตือนหลายพื้นที่รวมถึง กทม.ให้ระวังการก่อความไม่สงบ ว่า ได้สั่งทุกหน่วยให้ระมัดระวังและป้องกันเหตุร้าย โดยเฉพาะการลอบวางระเบิด ตั้งแต่มาเป็นรักษาการ ผบ.ตร.ได้เข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษอยู่แล้ว และในเดือนพฤษภาคมจะลงพื้นที่ภาคใต้มากขึ้น ขณะนี้ขอเวลาจัดการปัญหาต่างๆภายใน สตช.ให้เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยก่อน