หลังจากรัฐบาลได้รับการวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่าเป็นรัฐบาลเต่าเชื่องช้า ทำให้สถานการณ์ในประเทศแย่ลงหนักนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ยอมรับกับนักหนังสือพิมพ์ที่เข้าพบว่า ได้จี้รัฐมนตรีที่เฉื่อยชาเร่งปรับปรุงการทำงานตัวเอง

“สุรยุทธ์” นัดกินข้าวคอลัมนิสต์

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. เวลา 11.30 น. ที่เรือนธารกำนัล บ้านพิษณุโลก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญคอลัมนิสต์จากสำนักพิมพ์ต่างๆ จำนวน 11 คน มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันและหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีนายโฆสิต ปั้นเปี˜ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุตสาหกรรม เข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ การหารือใช้เวลานานประมาณ 2 ชม. โดยนายกรัฐมนตรีได้จัดอาหารเวียดนามประกอบด้วย เฝอ ข้าวเกรียบปากหม้อญวน กุ้งพันอ้อย และไอศกรีมน้อยหน่า มาเลี้ยงบรรดาคอลัมนิสต์ โดยในการพูดคุยได้มีการตั้งคำถามทั้งเรื่องสถานการณ์การเมือง และเศรษฐกิจ รวมทั้งปัญหาในการทำงานของรัฐบาล

ชี้ “ทักษิณ” ไม่ยอมแพ้ดิ้นสู้เต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ คอลัมนิสต์ได้สอบถาม พล.อ.สุรยุทธ์ว่า ดูเหมือนรัฐบาลทำงานได้ล่าช้ากว่ายุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์อธิบายว่า เป็นเพราะการทำรัฐประหารที่ผ่านมาแตกต่างจากการทำรัฐประหารในครั้งนี้ที่ไม่เคยมีการต่อต้าน ตนรู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณดีพอสมควร คนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ บวกกับพลังที่ พ.ต.ท.ทักษิณมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับประเทศหลังการเลือกตั้ง คิดว่าโอกาสที่จะกลับมามีน้อย เพราะเมื่อถึงเวลานั้น คดีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เริ่มดำเนินการตามกฎหมายแม้ขณะนี้จะมีความพยายามในการสร้างบรรยากาศเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศ แต่คิดว่า ด้วยเงื่อนไขทางการเมืองจะทำให้การกลับมาลำบากมากยิ่งขึ้นที่ผ่านมาที่ได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีสัญญาใจอะไรต่อกัน เพียงแต่ได้บอกไปแล้วว่า ถ้าจะกลับก็ควรเป็นหลังเลือกตั้งไปแล้ว

ยึดพระกระแสรับสั่งต้องอดทน

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวในวงสนทนาด้วยว่า การทำรัฐประหารที่ผ่านมา รัฐบาลทุกชุดสามารถทำงานได้ง่ายกว่ารัฐบาลชุดนี้ เพราะไม่เคยเจอกับการต่อต้านหนักขนาดนี้มาก่อน เพราะฉะนั้น รัฐบาลเองก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปให้ประเทศเดินต่อไปได้ เมื่อครั้งที่นำครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้อดทน และตนได้ยึดถือพระราช กระแสรับสั่งนี้มาโดยตลอด จนถึงวันนี้ก็ยืนยันที่จะมุ่งมั่นในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ คือการนำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งในช่วงปลายปีตามที่ประกาศไว้ ก่อนเข้ามาทำหน้าที่ ตนได้ทำใจล่วงหน้าไว้แล้ว และเวลาที่กลับบ้านหลังทำงานเสร็จ ก็ต้องขอร้องภรรยาอย่าเพิ่งถามอะไร ขออาบน้ำก่อนจะได้ใจเย็นๆ และแม้สื่อจะด่า ตนไม่โกรธ ทำใจได้อยู่แล้ว ตนอ่านพระไตรปิฎก ตอนหนึ่งระบุถึงพระโมคคัลลาน์ ว่าพระโมคคัลลาน์ต้องทำใจให้ได้ หนักแน่นเหมือนกับแผ่นดิน ใครจะเหยียบจะย่ำ ถ่ายรด ก็ไม่รู้สึกอะไร ตนพยายามทำตนให้เหมือนกับพระโมคคัลลาน์

รับกระซิบ รมต.เฉื่อยเร่งปรับปรุงตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีการสอบถามนายกฯด้วยว่า จนถึงขณะนี้รู้หรือไม่ว่า ปัญหาของรัฐบาลคืออะไร พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า การทำงานล่าช้าก็พยายามปรับปรุงและนับเวลาทุกวันว่าขณะนี้เหลือเวลาอีก 7 เดือน อะไรทำได้ก็ทำ สำหรับเรื่องการปรับ ครม. นั้นการเอา รมต.เก่าออกไป คิดว่ามันเสียเวลาและล่าช้า เพราะฉะนั้นจะเพิ่มคนใหม่เข้าไป 2-3 คน เมื่อถามว่า รู้สึกหรือไม่ว่ามีรัฐมนตรีหลายคนกลายเป็นปัญหาของรัฐบาลเอง นายกฯตอบว่าไม่คิดอย่างนั้น เท่าที่จับตาดูรัฐมนตรีหลายคนพบว่ารัฐมนตรีไม่ได้ตุกติก ไม่มีเจตนาแอบแฝงอะไร มีหลายคนที่ตนแอบไปกระซิบว่าให้ปรับปรุงตัวบ้าง และบอกด้วยว่าให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ไปปรากฏตัวต่อสาธารณชน ไม่ใช่ออกแต่ทีวีเพียงอย่างเดียว ต้องลงไปหาประชาชนบ้าง แต่ไม่เข้าไปแทรกแซงหรือล้วงลูกการทำงานของรัฐมนตรี โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่ยังไม่เต็มที่กับการทำงาน ตนมีกรอบและหลักการในการทำงานอยู่ ได้มอบหมายให้นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุตสาหกรรม ได้ติดตามงานเก่าๆให้เสร็จ และขอให้ทำงานใหม่ให้เร็วขึ้น

ลั่นรัฐบาล-คมช.ไม่มีทางแตกแยก

“ผมไม่ไปทำอะไรเหมือนอดีตรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลชุดก่อน เนื่องจากคนไทยชอบทำอะไรนอกกฎหมาย เหมือนอย่างที่อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เคยพูดว่าบางคนชอบหารูหมารอด ผมจะไม่ทำในลักษณะนี้แน่นอน รัฐบาลจะทำทุกอย่างให้อยู่ในกรอบ ยืนยันว่ารัฐบาลจะอยู่จนถึงวันเลือกตั้ง ไม่มีใครจะมายุให้รัฐบาลแตกแยกกับ คมช. ได้ และผมเข้าใจดีถึงม็อบสนามหลวงที่พยายามโจมตี คมช. พวกนี้พยายามจะให้รัฐบาลแตกแยกกับ คมช.”

ยันไม่ตั้งคนมีมลทินเป็น รมต.

คอลัมนิสต์ได้ถามขึ้นว่า แต่ตอนนี้ข้าราชการอาจลังเลไม่ยอมทำงานเพราะกลัวจะถูกเช็กบิล พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า ถ้ารัฐมนตรีหลายคนลงไปจี้ และกำกับดูแลก็คิดว่าจะดีขึ้น เมื่อคอลัมนิสต์ได้สอบถามขึ้นมาว่า ในเมื่อรัฐบาลเองมีนโยบายในการปราบปรามการทุจริต แต่ ทำไมจึงได้แต่งตั้งรัฐมนตรีบางคนที่ถูกตรวจสอบมีเรื่องค้างอยู่ใน ป.ป.ช.นานหลายปีเข้ามาทำงาน และการปรับ ครม.ใหม่คนที่มีรายชื่อบางคนก็ถูกสอบ พล.อ.สุรยุทธ์ ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ตนตรวจแล้วและรู้แล้วว่าคนคนนั้นที่เป็นข่าวไม่ได้เป็นรัฐมนตรีหรอก แต่รัฐมนตรีเก่าที่มีอยู่ 1 คน ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ วันนี้คงทำอะไร ไม่ได้ต้องปล่อยไปตามกระบวนการ คนใหม่ตนไม่ตั้งแน่ สำหรับภารกิจของรัฐบาลจะประคองไม่ให้เกิดความวุ่นวาย จะเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นในเรื่องของรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เชื่อว่าจะไม่มีการนองเลือดอย่างที่หลายคนเป็นห่วง

ชี้ “ทักษิณ” ทิ้งปัญหากองทุนหมู่บ้าน

เมื่อถามถึงภาวะเศรษฐกิจที่ดูจะไม่ขยายตัวจะแก้ไขอย่างไร นายกรัฐมนตรีตอบว่า ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจดีอยู่แล้วตัวเลขการเติบโตอยู่ที่ 3 กว่าๆ ส่วนการลงนามในหุ้นส่วนข้อตกลงไทยญี่ปุ่นนั้น ถ้าตนไม่เซ็นก็ยุ่ง ตนต้องการให้ญี่ปุ่นมั่นใจประเทศไทย ถือเป็นปัญหาหลัก รัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจ ก่อนที่จะลงนามก็คิดหลายตลบคิดแล้วคิดอีก นายกรัฐมนตรียังได้พูดถึงเรื่องกองทุน หมู่บ้านว่า เรื่องนี้คงจะมีการติดคุกกันหลายคน เพราะสิ้นปีนี้จะต้องตั้งกองทุนหมู่บ้านเป็นนิติบุคคล การจะเปลี่ยนนิติบุคคลเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำค้างเอาไว้

อัด “แม้ว” ผลาญงบแสนล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นนายโฆสิต ได้พูดถึงโครงการอยู่ดีมีสุขว่า ได้ เริ่มโครงการมาหนึ่งเดือนแล้ว ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เงินเป็นแสนล้าน และเมื่อผ่านมา 5 ปี ก็พบว่ามีแต่ความว่างเปล่า เหมือนกับนำเงินลงไปละลายแม่น้ำ เหมือนกับเอาเงินใส่ไปแต่ไม่มีอะไรปรากฏออกมา เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะให้ชาวบ้านไปดูว่าต้องการอะไรแล้วรัฐบาลพร้อมจะสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการทอดทิ้งคนชรา ปัญหาสิ่งแวดล้อม คนพิการ ปัญหาความยากจน ซึ่งเป็นโครงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้หว่านเงินลงไป แต่ไม่มีการสร้างงานจนถึงวันนี้กลับไม่มีการแก้ปัญหาเลย วันนี้หากชาวบ้านต้องการให้รัฐบาลแก้ไข ก็พร้อมสนับสนุน และรัฐบาลจะส่งผ่านท่อเงินไปทาง อบต.เพียงแห่งเดียว

เชื่อคนไทยต่างแดนเข้าใจรัฐบาล

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สโมสรทหารบกพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามาพักอาศัยในประเทศจีนจะมีการเชื่อมโยงกรณีมีใบปลิวปลุกระดมให้ประชาชนไทยในประเทศจีนชุมนุมต่อต้าน คมช. ในสถานทูตไทยประจำประเทศจีนว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกัน ส่วนการแจกใบปลิว เพื่อปลุกระดมจะขยายวงกว้างในต่างประเทศอย่างไรนั้น เชื่อว่าคนในต่างประเทศมีการศึกษาและเข้าใจระบอบประชาธิปไตยค่อนข้างจะดีเมื่อถามว่า เหตุที่เกิดขึ้นผู้ช่วยทูตทหาร จะชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในต่างแดนอย่างไรบ้าง พล.อ.สนธิ ตอบว่า กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการไปแล้ว ทูตที่ประจำประเทศต่างๆมีข้อมูลในการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้ว ปัญหาใดที่มีผลกระทบจากต่างประเทศเข้ามาในเมืองไทย ทางกระทรวงการต่างประเทศจะทำข้อมูลในการตอบคำถาม และปัญหาไปให้เอกอัคราชทูตประจำเทศนั้น เพื่อชี้แจงกับประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศนั้นด้วย

วอนอย่าหลงอุบายการเมือง

เมื่อถามว่ากลุ่มพระสงฆ์ที่ออกมาเรียกร้องรัฐธรรมนูญเริ่มมีจำนวนมากขึ้น เกรงจะมีบุคคลที่ 3 มาแอบแฝงเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.สนธิ ตอบว่าบุคคลที่สามไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เพราะการเคลื่อนไหวที่บริสุทธ์จะไม่รับในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เมื่อถามว่าการชุมนุมมีคนพยายามดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเพื่อก่อความวุ่นวาย พล.อ.สนธิตอบว่า เรื่องนี้ต้องเข้าใจเรื่องอุบายทางการเมืองให้ดี เราอย่าไปหลงกับมัน ถ้าหลงกับมันต้องไปกันใหญ่ บางทีเขาทำเรื่องเล็ก เราก็อย่าขยายให้เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น ต้องเกาะประเด็นนั้น และแก้ไขปัญหา ส่วนกรณีที่ม็อบพีทีวีประกาศฟ้อง รมว.กลาโหมที่ออกมาระบุว่า กลุ่มอำนาจเก่าส่งท่อน้ำเลี้ยงเพื่อปลุกระดมต่อต้าน คมช.และรัฐบาลนั้น ก็ฟ้องมาได้ เพราะระบอบประชาธิปไตยสามารถฟ้องร้องได้อยู่แล้ว

พล.อ.สนธิกล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวระบุว่า การร่างรัฐธรรมนูญไม่เรียบร้อยเหมือนการทำลักษณะแก้ผ้าเอาหน้ารอด พล.อ.สนธิ ตอบว่า ไม่ใช่ เพราะผู้ที่เข้าไปเป็นสมาชิกสภาร่าง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านร่าง รธน. เขามีประสบการณ์และนำความหลากหลาย เชื่อว่าเขามีความสามารถ แต่เราอย่ามองว่าสิ่งที่เขาร่างออกมามันไม่ถูกหรือไม่เหมาะสม อย่าเอาตัวเรามาเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ เราต้องพูดถึงภาพส่วนรวมที่ผู้คิดเขาคิดเพื่อชาติบ้านเมือง

มทภ.1 มั่นใจคุมม็อบได้

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 13.00 น. ที่มณฑลทหารบกที่ 11 พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการควบคุมการชุมนุมของผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้มีการจัดเจ้าหน้าที่การข่าวเข้าไปดูแลอยู่แล้ว ในส่วนของกำลังที่จะเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก็ได้จัดไปทุกวัน ขณะนี้ทุกเขตมีกำลังทหารเข้าไปดูแลอยู่ทั้งหมด เมื่อถามว่า กรณีม็อบพีทีวีจะมีการดูแลอย่างไร พล.ท. ประยุทธ์ตอบว่า ได้ประชุมหารือกับ กทม. เจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาดูแลกันแล้ว ได้ประชุมกัน ตกลงว่าให้ใช้พื้นที่สนามหลวงได้ในวันที่ 27 เมษายนนี้ แต่ขอร้องว่าให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยที่ดี คิดว่าสถานการณ์ไม่มีอะไรน่าห่วง เท่าที่ประสานกับแกนนำต่างๆก็เป็นไปอย่างสงบ แต่สถานการณ์ก็จับตาดูกันต่อไป คิดว่าจะพยายามทำความเข้าใจกับคนทุกระดับว่า ต้องชุมนุมอย่างสงบและรักษากฎหมายเท่าที่จะทำได้ คิดว่าสถานการณ์ในขณะนี้รับได้

ปัดไม่สนเว็บไซต์ “ไฮทักษิณ”

เมื่อถามถึงกรณีที่เว็บไซต์ “ไฮ-ทักษิณ” โจมตีว่ากองทัพภาคที่สั่งเตรียมกำลังเพื่อสกัดกั้นกลุ่มม็อบที่จะเดินทางมาชุมนุมในช่วงเดือนพฤษภาคม พล.ท. ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องเก่าแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา คำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องภายในหน่วยของกองทัพภาคที่ 1 การที่เว็บไซต์ไฮ-ทักษิณ นำไปโจมตีก็ไม่เป็นไรอย่าไปสนใจอะไร ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเป็นเพียงการดำเนินการทางด้านการข่าว ส่วนเอกสารที่หลุดออกมาจากกองทัพภาคที่ 1 มีคนในกองทัพเอาออกไปเหมือนกับกรณีข่าวของการใช้งบจำนวน 12 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์เชิงรุกของ คมช. และการอนุมัติจัดทำโครงการ “พรุ่งนี้ต้องดีกว่า” ซึ่งขณะนี้กองทัพกำลังสืบหาตัวผู้ที่นำเอกสารดังกล่าวไปอยู่ว่าเป็นใคร

“ยงยุทธ” เผยทูลเกล้าฯ ครม.ใหม่แล้ว

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้นำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการของทางสำนักพระราชวังที่จะโปรดเกล้าฯลงมา ซึ่งคงต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯลงมาก่อนจึงจะสามารถเปิดเผยรายชื่อ ครม.ได้ หากทำการเปิดเผยไปก่อนจะเป็นการไม่เหมาะสม