วันที่ 29 มี.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงปัญหาไข่ไก่ขาดตลาดและราคาแพง ว่า ตนพอรู้ปัญหาไข่ไก่อยู่บ้าง เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทรามีการเลี้ยงไก่ไข่มากที่สุดในประเทศ ตนได้สอบถามเจ้าของฟาร์ม และหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วเข้าใจว่า ปัญหาไข่ไก่ขาดตลาดและราคาแพงนี้ เป็นปัญหาที่แก้ได้ไม่ยาก ภาวะไข่ไก่ขาดตลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันและชั่วคราวเท่านั้น หากดูแลให้ดี มีวิธีการที่ถูกต้องไม่ไปซ้ำเติมปัญหา คนไทยจะมีไข่ไก่กินเกินพอในราคาไม่แพงผิดปกติแน่นอน ที่รัฐบาลควรดูแลให้ดี คือ สินค้าจำเป็นโดยเฉพาะอาหารประเภทอื่นที่กักตุนได้ แต่อย่าไปแทรกแซงจนไม่เกิดการผลิตหรือทำลายวงจรการค้าขาย ประเทศไทยเป็นครัวโลก ถ้าจัดการดีๆ ไม่มีทางขาดแคลนอาหาร เราควรจะใช้วิกฤติเป็นโอกาส ผลิตให้เกินพอสำหรับใช้ในประเทศ และส่งออกอาหารในยามที่โลกจะขาดแคลนด้วยซ้ำ

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ทั่วประเทศมีไก่ไข่อยู่ประมาณ 50 ล้านตัว มีไข่ไก่วันละประมาณ 40 ล้านฟอง ตัวเลขนี้อาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย แต่ประเด็นสำคัญ คือ มีไข่ไก่พอแน่ ปกติมีการส่งไข่ไก่ออกนอกเพียง 2-3% ของไข่ไก่ทั้งหมด และราคาไม่ค่อยดีใน 3-4 ปีมานี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ 20-30 ล้านคนก็บริโภคไข่ แต่ขณะนี้นักท่องเที่ยวหายไปหมด และคงมีน้อยตลอดปี ส่วนการกักตุนก็เป็นไปไม่ได้ เพราะไข่ไก่เก็บไว้ไม่ได้นาน ใครเก็บไว้นานก็จะเสีย ต่อไปข้างหน้าแนวโน้มไข่จะล้นตลาดด้วยซ้ำ ที่ไข่ไก่ขาดตลาดในช่วงนี้เป็นเพราะคนอยู่กับบ้านกันมากต้องทำอาหารกินเอง ไข่ไก่ทำกับข้าวได้ง่าย สะดวก และแต่ละบ้านก็กลัวจะหาซื้ออาหารได้ยาก จึงซื้อกันคนละมากๆ แต่ถ้าซื้อมากจนเกินไป ก็จะกินไม่ทัน การซื้อไข่ไก่ก็จะน้อยลง

เท่าที่ได้ข้อมูลรัฐบาลควรทำอยู่ 2 อย่าง และไม่ควรทำอยู่ 2 อย่าง ที่ควรทำคือ 1.ดูแลไม่ให้อาหารสัตว์ขึ้นราคา และ 2.ให้ข้อมูลแก่ประชาชนว่า มีไข่พอแน่ และราคาจะไม่แพงผิดปกติ ผู้ที่ซื้อได้ ไม่ต้องซื้อครั้งละมากๆ ที่ไม่ควรทำคือ 1.ไม่พยายามไปกำหนดราคาที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และ 2.ไม่ไปตัดวงจรการค้าของเขาซึ่งต้องอาศัย หั่งเช้ง ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว และผู้ค้าปลีก รัฐบาลไม่ควรคิดไปขายเสียเอง หรือจ้องจับผิดเจ้าของฟาร์มซึ่งส่วนใหญ่กำหนดราคาเองไม่ได้ และไม่ควรไปเอาเป็นเอาตายกับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย หากดำเนินการอย่างถูกต้อง ปัญหาไข่ไก่ขาดตลาดและราคาแพงจะแก้ได้ในเวลาสั้นๆ

นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสนใจจริงจัง คือ การดูแลให้สินค้าจำเป็นรวมทั้งอาหารให้มีเพียงพอไม่ให้ขาดตลาดและราคาแพงเกินไป โดยเฉพาะสินค้าที่กักตุนได้ และมีการผูกขาดโดยผู้ผลิตหรือผู้ค้ารายใหญ่ สำหรับอาหารนั้นถ้าจัดการให้ดีประเทศไทยไม่ขาดอาหารแน่ เพราะประเทศไทยเป็นครัวโลก ผลิตได้เกินพอ นักท่องเที่ยวต่างชาติก็หายไป อาหารจะเกินพอ สามารถส่งออกได้มากด้วยซ้ำ ที่สำคัญอย่าไปแทรกแซงจนเขาลดการผลิต อย่าไปทำลายวงจรการผลิตและการค้า เช่น ถ้าร้านอาหารปิดกันหมดคนปลูกผักก็ไม่รู้จะไปขายใคร ก็จะหยุดปลูก ต้องส่งเสริมให้ผลิตมากๆ และใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส ผลิตอาหารให้เพียงพอใช้ในประเทศและส่งออกให้มาก เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ รัฐบาลจะได้มีเงินมาใช้ดูแลประชาชนที่เดือดร้อน ซึ่งจะต้องดูแลกันอีกนานและใช้เงินมหาศาล.