Thursday, September 24, 2020

อนาถใจ! พ่อกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำลูกสาววัย 7 วัน ก่อนนำฝังดิน อ้างผิดหวังไม่ได้ลูกชาย

 


(24 กันยายน พ.ศ. 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.พิเชษฐ จิระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ .พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก , พ.ต.ท.บุรินทร์ ยมจินดา รอง ผกก.สส.สภ.ช้างเผือก กำลังประกอบด้วย  พ.ต.ท.ณัฐพล เอกฉันท์ สว.สส  ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์  เครือทอง รอง สวป.ฯ  ได้ร่วมกันจับกุม นายอนุภาพ  (ปิดนามสกุล) อายุ  45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/11  ถ.ธานินทร์  ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 

 

โดยกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ที่เลขที่ 23/11  ถ.ธานินทร์  ต.ช้างเผือก   อ.เมืองเชียงใหม่   จ.เชียงใหม่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย


ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ รับแจ้งจากภรรยาของผู้ต้องหาว่าลูกสาวคือ ดญ.เอ (นามสมมุติ)อายุ 7 วันได้หายไป และสงสัยนายอนุภาพ สามี จะมีส่วนเกี่ยวข้อง  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามไปตรวจสอบและทำการควบคุมตัวนายอนุภาพไปสอบสวน ทางนายอนุภาพให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ฆ่า ด.ญ.เอ(นามสมมุติ) ลูกสาวที่เกิดได้เพียง 7 วัน โดยใช้น้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปากจนถึงแก่ชีวิต แล้วนำศพไปฝั่งที่สุสานคริสต์ พื้นที่ อำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จึงประสานหน่วยกู้ชีพฯมูลนิธิสว่างสำเร็จเชียงใหม่ และแพทย์เวร รพ.มหาราชนครเขียงใหม่ ขุดศพ นำร่างขึ้นมาเพื่อนำไปชันสูจน์พลิกศพที่โรงพยาบาลมหาราชอีกครั้ง


เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่าเดิมทีนายอนุภาพ ทำอาชีพค้าขายสินค้ากิ๊ฟช็อป เป็นคนมีเชื่อสายจีนจากบรรพบุรุษ มีลูกสาวแล้ว 2 คนและหมายมั่นปั๋นมือจะเอาลูกชายไว้สืบสกุล ก่อนที่ภรรยาจะคลอดลูกสาว เมื่อ 6 วันก่อนสร้างความผิดหวังให้กับนายอนุภาพอย่างมาก ที่ไม่ได้ลูกชาย และนายอนุภาพ ก็มักบ่นกับทุกวันว่าเด็กไม่น่าเกิดมาเลย อีกทั้งภาวะเครียดหนักจากโรคระบาดโควิด ทำให้ธุรกิจที่ทำอยู่ประสพความล้มเหลวและเจอปัญหาเรื่อง การมีลูกไม่ได้ดังใจ จึงคิดสั้นอุ้มลูกออกจากบ้านและกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำจนหมดขวด ก่อนจะเอาลูกไปฝั่งเพื่อหวังอำพรางคดี แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดี จึงให้การรับสารภาพชดใช้กรรมดังกล่าว

No comments: